REVIEW เลนส์มือหมุน Lomography Petzval Art 85mm f2.2 เลนส์ทองในตำนาน สำหรับถ่าย Portrait
- Mar 10, 2017
- 1 min read

ประวัติของเลนส์ Petzval หรือเลนส์ทองในตำนาน
เลนส์ Petzval ได้รับการพัฒนาในปี 1840 โดยนักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ชาวฮังการี นายโจเซฟ แมกซิมิเลียน เพทช์วอล (Jozef Maximilián Petzval Josef) ถูกใช้ครั้งแรกกับกล้อง Voigtländer โดยจุดเด่นของเลนส์ตัวนี้คือการให้ภาพที่บิดโค้งทำให้เกิด เอ็ฟเฟค โบเก้กลมที่ทรงพลังมาก โดยเจ้าเลนส์ Petzval นั้นถูกทำออกมาหลากหลายรุ่นมากครับโดยส่วนใหญ่บอดี้จะทำจากทองเหลืองเกือบทุกรุ่นทำให้สีทองเหลืองกลายเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าเลนส์ Petzval ไป
ในปี 2013 Lomography ได้นำเจ้าเลนส์ Petzval กลับมาผลิตใหม่ ในชื่อ Lomography Petzval Art 85mm f2.2 โดยการประกาศระดมทุนกับแคมเปญ kickstarter ในการผลิตเลนส์ Petzval ใหม่ในรัสเซียสำหรับกล้องดิจิตอลยุคใหม่
เลนส์ Lomography Petzval Art 85mm f2.2

เลนส์รุ่นใหม่ที่ผลิตจากเลนส์ Petzval ต้นแบบซึ่งผลิตในปี ค.ศ. 1840 ตัวเลนส์ผลิตโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากโรงงาน Zenit ในรัสเซีย ทำจากวัสดุทองเหลือง ด้วยเอกลักษณ์การทิ้งฉากหลังที่ให้โบเก้แบบหมุนเกลียว สีสันของภาพอิ่ม และมีขอบดำเล็กน้อย ดึงให้ตัวแบบตรงกลางดูเด่นขึ้นมา ทำให้เป็นเลนส์ที่เยี่ยมยอดสำหรับการถ่ายภาพ Portrait
ชิ้นเลนส์ผลิตจาก premium glass
องศาการรับภาพ 28 องศา
รูรับแสง f2.2 - f16
โฟกัสใกล้สุด 1m
หน้าเลนส์ขนาด 58mm
น้ำหนัก 0.68kg
ประสบการณ์การถ่ายภาพ

ส่วนที่ชอบ:Lomography Petzval Art 85mm f2.2 ถือเป็นเลนส์ที่ทำออกมาได้คลาสสิคใช้สนุกด้วยคาแรคเตอร์ของเลนส์ที่แตกต่างจากเลนส์ปกติทั่วไป เช่นการโฟกัส การเปลี่ยนรูรับแสงด้วยเพลท ทำให้เวลาเอาออกไปใช้จะได้ฟิลลิ่งของกล้องโบราณมากครับ เรียกได้ว่าโบราณในระดับ 170 กว่าปีกันเลยทีเดียว ตากล้องสาย Vintage อย่างผมนี้ปลื้มจนน้ำตาแทบไหล และคาแรคเตอร์ของเลนส์ที่ให้โบเก้วนแบบพิเศษ มิติของภาพ และความฟุ้งนิดๆ ทำให้ผมชอบในจุดนี้มากๆเพราะมันทำให้รูปที่ถ่ายออกมาดูแปลกและหาไม่ได้ในเลนส์ไหนๆ อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบเป็นกรณีพิเศษคือ เพลทรูปรับแสง ที่
กลมดิ๊ก มันทำให้โบเก้กลมในทุกช่วงของ รูรับแสงครับไม่ว่าจะเป็น f 2.2 - 16
ส่วนที่ไม่ชอบ: ใช้งายยากมากๆครับเพราะการจะโฟกัสต้องหมุนที่เดือยกลมที่ยื้นออกมาทำให้ถือกล้องได้ไม่ถนัดมือ การเปลี่ยนรูรับแสงด้วยเพลททำให้ต้องพก เพลทไปหลายๆชิ้นทำหายก็ไม่ได้ไม่มีขายแยก และใช้เวลาในการเปลี่ยนรูรับแสงในแต่ละครังนานและลำบากเป็นพิเศษ จึงทำให้ไม่เหมาะกับตากล้องสาย ความไวแสง ต้องใจเย็นๆค่อยโฟกัสค่อยๆหมุนในแบบ Slow Life และ เอฟเฟคจะออกได้ชัดที่สุด ที่เซนเซอร์กล้องแบบ Full Frame เท่านั้นครับ สำหรับคนที่ไม่เคยใช้เลนส์ มือหมุน (MF) ช่วงแรกๆจะใช้ยากนิดหน่อยครับ ถ้าใครใช้ mirrorless รุ่นที่มีฟังก์ชั่น แสดงจุด Peak Focus ก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง ใครใช้ DSLR ก็ต้องใช้ Live View แก้ขัดไปก่อน หรือไม่ก็หา Focusing Screen แบบ Split-image มาใช้ครับช่วยได้เยอะทีเดียว และประเด็นสุดท้าย ด้วยบอดี้ที่ทำจากทองเหลือง ทำให้การเก็บรักษาเป็นเรื่องยุ่งยากมากไหนจะสีหมอง เอาออกไปใช้กลับมาที่ต้องนั่งขัดนั่งถูกันยกใหญ่






























Comments